พาสปอร์ตไทยมีกี่สี? หนังสือเดินทางแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ใครมีสิทธิ์ถือได้บ้าง

พาสปอร์ตไทยมีกี่สี? หนังสือเดินทางแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ใครมีสิทธิ์ถือได้บ้าง

พาสปอร์ตไทยมีกี่สี? หนังสือเดินทางแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ใครมีสิทธิ์ถือได้บ้าง
แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook

พาสปอร์ตไทยมีกี่สี? หนังสือเดินทางแต่ละประเภทต่างกันอย่างไร ใครมีสิทธิ์ถือได้บ้าง

พาสปอร์ต (Passport) หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารที่รับรองสัญชาติของผู้ถือ และเป็นเอกสารแสดงตน (identity) ของผู้ถือซึ่งออกให้โดยรัฐบาลของแต่ละประเทศสำหรับใช้เดินทางระหว่างประเทศ ข้อมูลสำคัญที่ปรากฏบนหนังสือเดินทาง ได้แก่ ชื่อ วันเดือนปีเกิด เพศ และสถานที่เกิดของผู้ถือหนังสือเดินทาง

หนังสือเดินทางไม่ได้ให้สิทธิ์ผู้ถือเข้าไปในประเทศอื่น และไม่ให้ความคุ้มครองหรือสิทธิอื่นๆ ขณะอยู่ต่างประเทศหากไม่มีข้อตกลงพิเศษ แต่ให้สิทธิ์แก่ผู้ถือหนังสือเดินทางในการเดินทางกลับประเทศที่ออกหนังสือเดินทาง ความคุ้มครองจากข้อตกลงระหว่างประเทศ และสิทธิที่จะได้รับจากกฎหมายที่เกี่ยวข้องของประเทศผู้ออกหนังสือเดินทาง แต่จะไม่แสดงที่อยู่ในประเทศที่ออกหนังสือเดินทางของผู้ถือหนังสือเดินทาง

หลายคนอาจคุ้นเคยกับพาสปอร์ตเล่มสีน้ำตาลที่ใช้เดินทางไปท่องเที่ยวต่างประเทศ แต่ความจริงแล้ว หนังสือเดินทางของประเทศไทยถูกแบ่งออกเป็น 5 สี ตามสถานะและวัตถุประสงค์การใช้งานที่ต่างกันอย่างชัดเจน

5 สีพาสปอร์ตไทยแตกต่างกันอย่างไร

  • สีน้ำตาล (หนังสือเดินทางธรรมดา): เล่มมาตรฐานที่ออกให้แก่ประชาชนทั่วไป สำหรับใช้เดินทางท่องเที่ยว ทำงาน หรือศึกษาต่อต่างประเทศ

  • สีน้ำเงิน (หนังสือเดินทางราชการ): ออกให้แก่ข้าราชการ เจ้าหน้าที่หน่วยงานรัฐ หรือผู้ปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งของทางราชการ ใช้สำหรับภารกิจของทางราชการเท่านั้น

  • สีเขียว (หนังสือเดินทางชั่วคราว): ออกให้ในกรณีพิเศษเฉพาะกลุ่ม เช่น พระภิกษุสงฆ์ หรือชาวไทยมุสลิมที่เดินทางไปประกอบพิธีฮัจญ์และพิธีอุมเราะห์ ณ ประเทศซาอุดีอาระเบีย

  • สีขาว (หนังสือเดินทางฉุกเฉิน): เล่มพิเศษที่ออกให้คนไทยที่ทำพาสปอร์ตสูญหายหรือหมดอายุในต่างประเทศ มีอายุสั้น และใช้สำหรับเดินทางกลับประเทศไทยได้เพียงอย่างเดียว

  • สีแดง (หนังสือเดินทางทูต): ออกให้กับข้าราชการระดับสูง คณะทูต กงสุล และบุคคลสำคัญของประเทศเพื่อปฏิบัติภารกิจระหว่างประเทศ บุคคลทั่วไปไม่สามารถขอออกเล่มสีนี้ได้

ตำรวจสอบสวนกลาง

หนังสือผ่านแดน “เล่มเขียว” คืออะไร?

หลายคนที่อาศัยอยู่ตามจังหวัดชายแดนอาจคุ้นกับเอกสารเดินทางที่เรียกกันง่าย ๆ ว่า “เล่มเขียว” หรือหนังสือผ่านแดน ซึ่งสามารถใช้เดินทางข้ามไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้โดยไม่ต้องใช้หนังสือเดินทางในบางกรณี

อย่างไรก็ตาม หนังสือผ่านแดนไม่ได้มีสถานะเหมือนพาสปอร์ต และไม่สามารถใช้เดินทางไปประเทศใดก็ได้ตามต้องการ เพราะสิทธิในการเดินทางถูกกำหนดตามความตกลงระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงด่าน พื้นที่ และระยะเวลาที่อนุญาต

หนังสือผ่านแดน (Border Pass) คือเอกสารเดินทางที่ออกให้แก่บุคคลตามหลักเกณฑ์ของความตกลงว่าด้วยการเดินทางข้ามแดนระหว่างประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบ้าน เพื่ออำนวยความสะดวกให้ประชาชนสามารถเดินทางข้ามพรมแดนในพื้นที่ที่กำหนดได้

กรมการปกครองระบุว่า ประเทศไทยมีระบบออกหนังสือผ่านแดนสำหรับการเดินทางตามแนวชายแดนที่ติดต่อกับ เมียนมา สปป.ลาว กัมพูชา และมาเลเซีย โดยรายละเอียดของผู้มีสิทธิใช้ จุดผ่านแดน พื้นที่ที่เดินทางได้ และระยะเวลาพำนัก จะแตกต่างกันตามข้อตกลงกับแต่ละประเทศ

คนทั่วไปมักเรียกหนังสือผ่านแดนแบบเล่มว่า “เล่มเขียว” ตามสีของปกเอกสารในบางรูปแบบที่ใช้กันตามพื้นที่ชายแดน จนกลายเป็นชื่อเรียกติดปาก แต่ชื่อทางราชการคือ “หนังสือผ่านแดน” หรือ Border Pass จึงต้องระวังไม่ให้สับสนกับ “หนังสือเดินทางสีเขียว” หรือเอกสารเดินทางประเภทอื่น

ขั้นตอนทำพาสปอร์ตเล่มใหม่ 2569 เตรียมเอกสารอะไรบ้าง

  • เอกสารที่ต้องเตรียมสำหรับการทำพาสปอร์ต สำหรับผู้ที่อายุไม่ถึง 20 ปี บริบูรณ์

    1. บัตรประจำตัวประชาชนฉบับจริง

    2. สูติบัตรฉบับจริง ในกรณีที่อายุไม่ถึง 15 ปี

    3. บัตรประจำตัวประชาชนของบิดา มารดา หรือผู้ปกครอง

  • สิ่งที่ต้องเตรียมสำหรับการทำพาสปอร์ต สำหรับผู้ที่มีอายุ 20 ปี บริบูรณ์ ขึ้นไป

    1. บัตรประจำตัวประชาชน

    2. หลักฐานการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล (หากมีการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ตรงกับบัตรประชาชน)

สำหรับผู้ที่จะต่ออายุพาสปอร์ตต้องนำพาสปอร์ตเล่มเดินติดมาด้วย หรือหากสูญหายต้องนำใบแจ้งความมาแสดง

ขั้นตอนการยื่นขอทำพาสปอร์ต มีดังนี้

  1. รับบัตรคิว หรือ สามารถลงทะเบียนจองคิวทำพาสปอร์ตล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ ก่อนเพื่อความรวดเร็ว

  2. แสดงบัตรประชาชนตัวจริง พร้อมหลักฐานอื่นๆ ที่ต้องใช้แสดง

  3. วัดส่วนสูง

  4. เก็บลายนิ้วมือ

  5. ถ่ายรูปหน้าตรง ไม่สวมหมวกและไม่สวมแว่นตา

  6. ชำระค่าธรรมเนียม และ สามารถแจ้งได้ว่าจะรับพาสปอร์ตด้วยตนเอง (1-2 วันทำการ) หรือให้จัดส่งทางไปรษณีย์ (5-7 วันทำการ) 

ลงทะเบียนจองคิวทำพาสปอร์ตล่วงหน้า ผ่านออนไลน์ มีขั้นตอนดังนี้

ในปัจจุบันนี้สามารถลงทะเบียนจองคิวทำพาสปอร์ตล่วงหน้าผ่านระบบออนไลน์ได้แล้ว โดยเข้าไปลงทะเบียนได้ที่ เว็บไซต์ www.qpassport.in.th และปฏิบัติตามขั้นตอนด้านล่างนี้

  1. ลงทะเบียนและสมัครสมาชิกใหม่
  2. กรอกข้อมูลบุคคล
  3. ไปยังอีเมล์เพื่อกดลิงค์ยืนยันการลงทะเบียน
  4. กดเข้าใช้ระบบจองคิวและกรอกอีเมล์และรหัสยืนยันตัวเพื่อเข้าสู่ระบบ
  5. เริ่มใช้งานระบบจองคิวออนไลน์

 

แชร์เรื่องนี้
แชร์เรื่องนี้LineTwitterFacebook
ตั้ง Sanook เป็นข่าวโปรดบน Google
กำลังโหลดข้อมูล